Archive for สิงหาคม, 2007

เย็นย่ำร่ำสุรา

สายลมโชยอ่อนพัดมากระทบหน้า

ตั้ดก้มหน้ามองเงาเทวาลัยในเเก้วเหล้า

สายน้ำอ่อนไหวไหลลงกระแทกน้ำแข็ง

พิ้งยกแก้วขึ้นจูบ ทราบได้ถึงความซ่าแห่งของเหลวในนั้น

กลิ่นไอของมันกรุ่นซ่านแสบกระพุ้งแก้ม

แสบซ่านเหมือนแก้มของใครบางคนที่กลิ่นกรุ่นในใจตั้ด

รสฝาดบาดลงไปถึงเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว

พิ้งเขย่าวิสกี้ก้นแก้ว ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายกับมิกเซอร์ข้างบน

ตั้ดจุ่มนิ้วลงคนให้น้ำวนปนปะคละคลุกเคล้ากัน

เหล้าเป็นสีอำพัน ว่าแต่พระจันทร์เป็นสีอะไร

พิ้งตอบโดยไม่ผ่านสมองว่าสีชมพู

เพราะมันผ่านเพียงหัวใจของเจ้าหล่อน ผู้คิดถึงคนอยู่แดนไกล

พระจันทร์ก็สีชมพู เหล้าในแก้วก็เป็นสีชมพู

ตั้ดรู้…คนมีความรักก็มักเป็นเช่นนี้

พิงค์นัดแพทย์ไว้พรุ่งนี้ ตั้งใจจะไปตรวจอาการตาบอดสี

แต่ตอนนี้ ขอเมาก่อน – ว่าแล้ว ก็กระดกไปอีกหกอึกใหญ่

แต่ใครจะรู้ – หกอึกใหญ่ของพิ้งอาจเท่ากับหนึ่งอึกใหญ่ของตั้ด

หนึ่งก้าวเล็กๆของนีลอาร์มสตรอง อาจเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ

อึกของพิ้งเป็นสีชมพู นีลอาร์มสตรองเป็นสีชมพู

และแน่นอน มนุษยชาติก็เป็นสีชมพู

“โลกของพิ้งเป็นสีชมพู แต่ของกูเป็นสีเทา”

ตั้ดคิดในใจ ปวดไตเพราะปวดฉี่

พิ้งรู้สึกดีมาก ที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะภายใน

ติดนิดหน่อยตรงรู้สึกหิว แต่ก็ลังเลที่จะเอ่ยปาก ชวนตั๊ดให้ไปคุ้ยเขี่ยอาหารเหลือกันที่โรงอาหาร

ความสัมพันธ์ของหลี่กับเหรินยากจะเข้าใจ

เราควบคุมท้องไส้ไม่ได้เช่นเดียวกับควบคุมลมไม่ให้เปลี่ยนทิศ

แต่พิ้งก็กลั้นมันไปไว้ตรงประตูเมือง

เนื่องจากอนุมานแล้วว่าถ้ากลับมาเหล้าคงโดนตั๊ดยกหมด เท่ากับว่าไม่คุ้มที่หาร

ตั้ดไม่สนใจอะไรอีกต่อไป…

เพราะความสงสัยอยู่ที่พระจันทร์ที่จู่ๆก็แยกเป็นสองดวง

พิ้งเงยมองตาม

เห็นกระต่ายจากดวงจันทร์ทั้งสองกระโดดจูบกันตรงร่องดาว

ตั้ดหาวหนึ่งที ก่อนล้มตัวลงนอนประจันหน้ากับท้องฟ้า

ไปสนใจอะไรกับพระจันทร์แค่สองในขณะที่มีดาวเป็นล้านดวงให้เชยชม?

พิ้งผงกหนึ่งที ก่อนล้มต้วลงประจันหน้ากับถุงน้ำแข็งยูนิต

พลางคิดไปว่าจะไปสนใจอะไรกับบล็อคของคนแค่สอง ในขณะที่มีเว็บโป๊เป็นล้านให้เชยชม?

(พิ้งเขียนpartไหน ใครจะสนใจ)

( ตั้ดเขียนpartไหน ใครจะไปรู้ )

ความเห็น (28)

รัก ดู ฝน

 นี่คือฤดูฝน                                                    นี่คือฤดูฝน

ฉันออกตามหาฝนดาวตก                            ฉันตัวเปียก

ในคืนที่หนาวเหน็บ                                       เพราะไม่มีร่ม

ถนนที่ฉันเดิน                                                ถนนที่ฉันเดิน

สะท้อนสีส้มหมนจากแสงไฟ                       เต็มไปด้วยคู่รัก

แก๊งมอเตอร์ไซด์โฉบเฉี่ยวเลี้ยวเข้าซอย    เด็กสก๊อยมันยังกอดแซ้บ

ฉันออกตามหาฝนดาวตก                            ฉันออกตามหากลุ่มดาวคันไถ

แต่สิ่งที่ชั้นพบกลับเป็นฝนที่ตกลงมา          แต่สิ่งที่ฉันพบกลับเป็นคูโบต้า

แปะ แปะ …                                เพราะสมัยนี้ไม่มีใครเทียมควายทำนาปรัง

                                                                      .

.                                                                       .

                                                                      .

กรุงเทพสว่างเกินไป                                     กรุงเทพสว่างเกินไป

มองไม่เห็นดาวสักดวง                                 กระนั้นก็ยังไม่มีใครมองเห็นฉัน

หรือเพียงเพราะฉันสายตาสั้นเกินไป          หรือเพียงเพราะผิวดำเกินไป

ไฟถนนในกรุงเทพ                                      ไฟถนนในกรุงเทพ

ไม่ช่วยให้ใครเห็นแสงดาว                          ไม่ช่วยให้ใครยูเทิร์นกลับมา

ไฟถนนในกรุงเทพ                                        ไฟถนนในกรุงเทพ

ช่วยเพียงส่องให้เห็น                                     ช่วยเพียงส่องให้เห็น

ความเหงาของตัวเอง                                     น้ำตาฉันตอนตก

ฝนตกลงมาประปราย…                                แปะ แปะ

(พิ้ง: 2550)                                                     (ตั้ด: 2550)

ความเห็น (18)

เห็นคนเข้าเยอะหน่อยเป็นไม่ได้

: ถอดเทปจากงานประกาศรางวัลบล็อกดีนะแห่งชมพูทวีป

พิ้ง : วันนี้พิ้งกับตั้ดจะปิดซอยเลี้ยง ในฐานะที่เปิดไดมาได้4วันแล้วก็ยังไม่มีทีท่าจะเขียนอะไรมีสาระ แต่กลับมีผู้ชมให้ความสนใจอย่างแน่นขนัดจนยอดผู้เข้าชมทะลุถึงพันเเล้ว

ตั๊ด : ผมรู้สึกตื้นตันอย่างยิ่ง ที่เราทั้งคู่สามัคคีกันมาได้ตั้งนาน และยังไม่ถูกโหวตออก 

พิ้ง : ขอบคุณทุกคนที่ให้ความกรุณาพิ้งกับตั้ดอยู่ที่นี่ต่อไป

ตั๊ด : เราจะอยู่ไปเรื่อยๆ เราหน้าด้าน

พิ้ง : ยังดีที่พิ้งหน้าด้านอย่างเดียว ต่างจากตั้ดที่หน้าหม้อด้วย

ตั๊ด : (ตั๊ดหันไปกระซิบกับพี่พิ้ง) นี่มันงานรับรางวัลนะเจ้

พิ้ง : นั้นสินะตั้ด นี่มันงานรับรางวัลที่เราจัดให้ตัวเอง

ตั๊ด : ซื้อกุหลาบให้ตัวเอง ฉันซื้อกุหลาบให้ตัวเอง

พิ้ง : ดิฉันก็หวังว่าทุกท่านจะให้ความอนุเคราะห์ต่อไปเรื่อยๆ

ตั๊ด : ขอบคุณคุณแม่นะครับ

พิ้ง : ดิฉันขอให้ทุกคนรักแม่มากๆให้สมกับที่แม่เลี้ยงมาจนเติบใหญ่

ตั๊ด : เพราะค่าน้ำนมของแม่นั้น มีค่ามากกว่าทรัพย์สินที่ คตส ยึดจากคนที่คุณก็รู้ว่าใคร หรือมีวันหยุดชดเชยให้ไปดูการ์ตูนซิมป์สัน

พิ้ง : ชั้นโฆษณาได้มั้ยว่าชั้นอัพไดเนียนแล้ว ชั้นคิดว่าคนรักแม่ควรอ่าน

ตั๊ด : อันที่จริง โฆษณาไม่ได้ แต่เจ้ก็ทำไปแล้ว

พิ้ง : ตั้ด คนเราอยู่ร่วมกันในสังคมก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันบ้าง

ตั๊ด : และก็ต้องรู้ว่าอะไรควรไม่ควรด้วย เช่น ไม่ควรดื่มเหล้าในวันสำคัญทางศาสนา – ข้อนี้อ่านที่มาได้ในไดที่โฆษณาไปเมื่อครู่

พิ้ง : ช่ายยย ชั้นมันเลว ชั้นมันไม่ดี ไม่เหมือนใครบางคนบวชเรียนมาแปดปีรู้จักแยกแยะดีชั่ว

ตั๊ด : ดีชั่วรู้หมด แต่มันอดยาก – คนเราอยู่ร่วมกันในสังคมก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันบ้าง

พิ้ง : ใครจะคุยกับตั้ดก็คุยไป แต่ชั้นไม่คุยด้วยเเล้ว

ตั๊ด : เราจึงขอยกเลิกงานเลี้ยงทุกชนิดไปด้วยประการฉะนี้ – หยุดลองชุดได้แล้ว

พิ้ง : ขอโทษด้วยจริงๆ (พิ้งพูดกับทุกคนยกเว้นตั้ด)

- ขอจบการประกาศรางวัลเพียงเท่านี้ สวัสดี –

ความเห็น (21)

ในสระจุฬามีปลาอานนท์

ปลาภ??นนท์ตัวเป็นๆ 

 Part one

ทุกคนรู้ว่าในสระจุฬามีเต่า

แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าในสระจุฬามีปลาอานนท์

และน้อยคนที่รู้ว่าในสระจุฬามีปลาอานนท์ส่วนใหญ่ก็มักเป็นบ้า

ปลาอานนท์เป็นปลาขนาดใหญ่

ใหญ่แค่ไหนก็ไม่รู้ ไม้บรรทัดที่มีอยู่ก็วัดไม่พอ

แต่คิดว่าขนาดของมันคงกว้างกว่าโลกหน่อยนึง เพราะปลาอานนท์แบกโลกอยู่

ด้วยเหตุนี้ ยามใดที่ปลาอานนท์พลิกตัว จะสะเทือนให้แผ่นดินไหว

ยามใดที่แผ่นดินไหว จงรู้เอาไว้ว่าปลามันพลิกตัว

ฉันนั่งตากแดดอยู่ริมสระจุฬา พยายามมองหาปลาอานนท์

ฉันมองไม่เห็นปลาอานนท์ เช่นเดียวกับที่ฉันไม่รู้สึกว่าโลกกำลังหมุนรอบดวงอาทิตย์

แต่ฉันคิดว่าปลาอานนท์ก็คงน่ารักดี

มีทวีปอเมริกาเป็นลูกกะตา มีประเทศมากมายในเอเชียเป็นเกล็ดนับน้อยนับพัน

อันที่จริงปลาอานนท์อาจจะเป็นแค่ปลาตัวนึงในตู้ปลาของพระเจ้า

ลูกโลกก็เป็นเพียงลูกแก้วสีฟ้าที่มีไว้ให้ปลาอานนท์ตะปปเล่น

แต่ทุกคนเห็นปลาอานนท์ยิ่งใหญ่เพราะมันแบกโลกไว้ พลิกตัวเมื่อไหร่แผ่นดินสะเทือน

เด็กบางคนชอบเอาไม้ไอติมไปแหย่รูมด ให้มดแตกรังเล่น

เช่นเดียวกัน เวลาว่างๆพระเจ้าก็ชอบเอากระชอนไปกวนน้ำให้ปลาอานนท์พลิกตัวเล่น

ไม่รู้ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหน ถ้าเป็นแม่จะตีให้ตาย

เคยมีนักปราชญ์สมัยพุทธกาลเคยคิดกันเล่นๆว่า

จะมีทางไหมที่จะทำให้ปลาอานนท์ไม่พลิกตัว?

คำตอบก็คือ เราต้องหยุดความเปลี่ยนแปลง

นักปราชญ์ฟังแล้วเครียด เลิกคิด เปลี่ยนไปขายเต้าหู้เเทนสบายใจกว่า

วันนี้ฉันนั่งริมสระจุฬา มองหาปลาอานนท์เช่นเดิม

ฉันครุ่นคิดถึงความเป็นไปของโลก ความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งที่ไม่จีรังยันยืน

เรามันเป็นเพียงมนุษย์บื้อๆ เป็นเศษธุลีที่ปลิวว่อนตามแรงลมของจักรวาลและกาลเวลา…

เธอหมุนรอบวัน ฉันหมุนรอบเธอ – เธอปั่นหัวฉัน ให้หมุนรอบเธอ

ปลาอานนท์อาจตัวใหญ่ แบกโลกไว้ พลิกตัวเมื่อไหร่แผ่นดินสะเทือน

แต่อย่างน้อย

มันก็ไม่เคยสะเทือนหัวใจฉันให้สั่นไหว

เท่ากับใคร…

บาง …

คน…

(พิ้ง: เพ้อ)

- – - – - – - – - – - – - – - – — – - – - – - – - -

Part two

ปลาบึกโตเร็วมาก

ไม่ได้จำมาจากสารคดี แต่ตอนเด็กๆ เคยเลี้ยงไว้ในบ่อท้ายสวน

อยู่ที่วัด เพื่อนๆ ซื้อปลาเงินปลาทองมาใส่ตู้เลี้ยงกัน เร่งสีเร่งวุ้นน่ารักน่าชัง

กลุ่มโหดก็เอาปลากัดใจโฉดมาใส่โหล ปล่อยให้ก่อหวอดปล่อยฟองฟอดเต็มบวดคล้ายเขย่าเบียร์

ผมกลัวไม่แตกต่าง ไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีอัตลักษณ์

แหวะ

จึงนั่งรถไปตลาดไท เอาพันธุ์ปลาบึกมาชุบเลี้ยงสามสี่ตัว

จากตัวเท่านิ้วชี้ ตะไคร่ยังไม่ทันขึ้นบ่อ ลำตัวมันยืดยาวจากข้อมือเกือบถึงข้อศอก

เขาว่ากันว่า ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ มันจะตัวใหญ่กว่าเหยาหมิงอีก

แต่ผมไม่อารมณ์ดีเท่าเจ้าของปลาอานนท์

รู้สึกดีมากไหม ที่ปล่อยปลาบึกของตัวเองให้โตจนแบกโลกได้
(ผมไม่เชื่อว่าเพื่อนจะให้ซากูระจนสัตว์เลี้ยงสีส้มของมันโตจนแบกคลองปานามา
ทะเลทรายซาฮารา หรือภูเขาไฟฟูจิไว้ได้หมด)

แล้วเคี้ยวข้าวไม่ละเอียดหรืออย่างไร ถึงตั้งชื่อว่า อานนท์

นนท์ มาจาก นันทะ แปลว่าเพลิดเพลิน อา เป็นอุปสรรค มีความหมายคือ ทั่วหรือยิ่ง

อานนท์จึงแปลว่า บันเทิงมากมากเลย

ปลานะ ไม่ใช่พระเอกลิเก

ปลาอานนท์พังเมืองโกเบ

“ยามใดที่ปลาอานนท์พลิกตัว จะสะเทือนให้แผ่นดินไหว”
(พิ้ง 2550 : 1) – เอกสารชิ้นนี้จะได้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

อย่าไปโกรธปลาอานนท์เลย ผมว่าอานนท์มันไม่รู้ตัวหรอก

มันเป็นปลาบึกธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง ซึ่งทำอะไรไม่ได้นอกทำหลับหูหลับตาว่ายน้ำไปวันๆ

แต่ถ้ามองในแง่ร้าย มันก็นิสัยเหมือนผมและทุกคน

ผู้ชอบแบกโลกไว้บนบ่า

ในสระจุฬามีปลาอานนท์

แม้หลบไปนั่งดูดแสปลชมองกอบัวในคาบปรัชญาอยู่บ่อยๆ

ก็ยังไม่มั่นใจว่ามีสัตว์แผ่นดินไหวนั้นจริงหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ – บนบกแถวๆ สระ

มีคนตัวเล็กๆ ที่ทำให้หัวใจผมไหวอยู่อื้อเลย

(ตั้ด: พิมพ์)

- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - - - – - – - – - – -

ความเห็น (35)

ลีด…เด้อ

ผมเป็นลีดคณะอักษรศาสตร์ จุฬา
[ตั้ดเป็นหลีดคณะอักษรศาสตร์ จุฬา]

จริง จริง
[เชื่อมันเถอะ]

ไม่ได้โกหก ผมสามารถขึ้นมือ และตบแปดได้อย่างชำนิชำนาญ
[ไม่ได้โกหก ตั้ดสามารถขึ้นมือ และตบแปดได้อย่างชำนิชำนาญ]

เพียงแต่ผมเป็นได้แค่สองวันเท่านั้น
[ถุย]

สาเหตุคือรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมองก้นผู้ชาย เมื่อพี่หลีดสั่งให้ยืนแอ่นขนาดนั้นเวลาขึ้นมือ
[ก้นไอ้เยนเป็นสาเหตุให้ตั้ดเลิกเป็นหลีด]

จึงถอนตัวไปเล่นกีฬาอาบเหงื่อเหมือนเดิมจะดีกว่า
[ตั้ดชอบก้นนักกีฬามากกว่าก้นหลีด]

ไม่ได้มีสาเหตุจากการที่ลีดผู้หญิงร่วมรุ่นหน้าตาไม่ดีเท่าที่ฝันแต่ประการใด
[แต่ตั้ดก็คิดอยู่เสมอว่าหลีดรุ่นพี่สวยกว่า]

ซึ่งเสียดายจนวันนี้ที่ลีดรุ่นน้องน่ารักบานตะไท
[อ๋อ รุ่นน้องก็น่ารักเช่นกัน]

ช่างมันเถอะ เราย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว
[มึงเลือกก้นนักกีฬาเองจะช่วยอะไรได้]

สิ่งที่พอจะทำได้ คือแอบเหล่ตามองตอนเย็นๆ เวลาน้องลีดซ้อม(เหมือนที่ผู้ชายคณะอื่นทำ)
[เป็นสิ่งที่ฉันสงสัย - หน้าสวยๆของน้องสาว หรือก้นงอนๆของน้องชายที่ตั้ดเหลียวมอง]

แต่ตอนนี้ก็หมดฤดูลีดเป็นที่เรียบร้อย
[ไม่มีอะไรให้ดู ตั้ดก็ไม่มาเรียนเลย]

ช่างมันเถอะ เราย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว
[มึงเลือกก้นนักกีฬาเองจะช่วยอะไรได้]

หลังจากแยกย้ายสบายตัวกันไปตลอดภาคฤดูร้อน บทสนทนาแรกๆ เมื่อกลับมาพบหน้าหื่นของเพื่อนชาย มักมีหัวข้อ ลีดปีนี้เป็นไงวะ
[เป็นสิ่งที่ฉันสงสัย - หน้าสวยๆของน้องสาว หรือก้นงอนๆของน้องชายที่ทำให้เพื่อนชายกลุ่มนี้ตื่นเต้น]

น้องคนไหนแจ่มเป็นกระทู้ถัดมา
["แจ่ม"เป็นชื่อน้องหลีดปีหนึ่ง และแน่นอน น้องเค้าเป็นผู้ชาย]

การเป็นลีดเป็นเรื่องแปลก แม้เดินเวลากลางวันก็เหมือนมีสปอทไลท์ส่องหัวเหมือนตอนขึ้นเวทีไปรับรางวัล
[มึงมันเพ้อเจ้อ]

แถมยังชอบคบกันเอง เดินไปไหนมาไหนเป็นกลุ่มดาวลูกไก่ พริ้งพราวแสงแทงใจชายให้ละลายไหลเป็นไอติมโคนที่หยดเปื้อนชายเสื้อ
[ไม่ใช่อะไร ที่ไหลมันน้ำลายมึง]

ทุกวันนี้ ยังซักไม่ออก
[ทุกวันนี้ ตั้ดก็ยังไม่ซัก เรื่องของเรื่องคือ...ตั้ดไม่อยากซักด้วยน้ำธรรมดา
เพราะผ้าจะหอมกว่าเป็นไหนๆ ถ้าซักด้วย"น้ำมือ"น้องหลีดสักคน]

[น่ารักมั้ยคะ~]
น่ารักจริงๆเลยครับ – เฮ้อ

(ตั้ด:เขียน / พิ้ง:วงเล็บ)

ความเห็น (24)

สวัสดี ชมพูทวีป

buyonebuywe-coy.jpg

แนะนำตัวละคร:

ตั๊ดเป็นเด็กวัด        ลาสิกขามาเข้าวงการบังเทิง

พิ้งเป็นเด็กเนิ้ด   มีดีกรีจบหลักสูตรวิชาปฐมพยาบาลกับสภากาชาดไทย
 

ตั๊ดกับพิ้งเกิดปีเดียวกัน -  แต่พิ้งเรียนปีสี่  ตั๊ดเรียนปีสาม  

พิ้งเป็นรุ่นพี่ ตั้ดเป็นรุ่นน้อง ทั้งสองชอบไปเมาด้วยกัน
 

ตั๊ดเป็นผู้ชายอักษร  มีเเฟนมาแล้วหลายคน

พิ้งก็อยู่อักษร   ยังหาผัวไม่ได้เลย
 

พิ้งมาคณะทุกวัน บ่อยประหนึ่งเป็นยามเฝ้าตึก
 

ส่วนตั๊ดแทบไม่ได้มาเลย สะเออะทำตัวเหมือนคนจบเเล้ว
 

โดยปกติแล้วพิ้งเป็นคนชอบขีดเขียนเรียนหนังสือ งานอดิเรกคือ

นั่งอัพไดที่มีเนื้อหาสั่นคลอนสถาบันหลักของสังคมและความปลอดภัยในชีวิตตัวเอง
 

ตั๊ดบอกว่าไม่ชอบเขียนหนังสือเท่าไหร่

แต่ทำไมเขียนอะไรไม่รู้เป็นวรรคเป็นเวรก็ได้เงิน?

ที่จริงพิ้งก็อยากได้ เเต่เล่นตัวอยู่ เล่นทำไม่ก็ไม่รู้ เล่นขี้ยังดีซะกว่า

บุคคลทั้งสองเป็นนิสิต

มีฐานะเป็นประชากรของดินแดนชมพูทวีป ….

ดินแดนที่น่าค้นหา…. ในสระจุฬามีปลาอานนท์….


บุคคลทั้งสองร่ำเรียนในคณะจนๆที่มีชื่อว่าอักษรศาสตร์

ป็นคณะที่ไม่ค่อยมีเงินแต่ดูดีมีหน้าตาทางสังคม
 

ตั๊ดชอบจุฬาไหม? อันนี้ไม่ทราบ

แต่ที่รู้ๆคือตั๊ดชอบเอาเหล้าเข้าไปแดกในจุฬาตอนดึกๆ

พิ้งชอบจุฬาไหม? 

อันนี้คิดว่าทราบ พิ้งชอบจุฬา… ในสระจุฬามีปลาอานนท์…

แต่ถ้าถามตั๊ดว่าชอบเด็กจุฬามั้ย?

ถ้าเป็นเด็กผู้ชายก็คงชอบบ้างไม่ชอบบ้าง แต่หากเป็นผู้หญิงก็คงชอบบ้างไม่ก็ชอบที่สุด
 

แต่ถ้าถามว่าพิ้งชอบเด็กจุฬามั้ย?

โดยส่วนตัวแล้ว พิ้งคิดว่าเด็กจุฬาตอแหล 

(แน่นอน เด็กจุฬาที่กล่าวถึงในที่นี้ก็คือตัวพิ้งเอง)

โดยรวมแล้ว เด็กจุฬาดูตอแหลดี พิ้งชอบ
 

พิ้งชอบจุฬา
 

ตั๊ดก็ชอบจุฬา 
 

เราทุกคนชอบจุฬา 

(พิ้ง : เขียน)

 ยังไม่ได้บอกใช่ไหม ว่าเราตกลงจะเขียนหนังสือที่นี่ร่วมกัน - ในเรื่องชมพูทวีป 

(ตั้ด : เสริม)

จบแล้ว
 
 

ความเห็น (31)