เมษายน 24, 2008 ที่ 6:14 pm
· Filed under ตั้ดสู้พิ้ง
อากาศในกรุงเทพช่วงเดือนเมษายนมักจะร้อนอบอ้าวอยู่เสมอ
อากาศในลอนดอนช่วงเดือนเมษายนมักจะเหน็บหนาวอยู่เสมอ
มันทำให้ฉันคิดถึงกาน้ำที่ตั้งอยู่บนเตา
มันทำให้ฉันคิดถึงน้ำแข็งหลอดในแก้วเหล้า
ความร้อนของไฟทำให้เกิดน้ำระเหยเป็นไอขึ้นสู่ที่สูง
ความเย็นของมันทำให้เมาและฉุดเราลงสู่ที่ต่ำ
ฤดูร้อนกับฤดูฝนมันคงต่างกันตรงนี้กระมั้ง
ฤดูร้อนกับฤดูฝนมันคงต่างกันตรงนี้กระมัง
ฤดูร้อนส่งน้ำขึ้นสู่ที่สูง แต่ฤดูฝนไสมันกลับมายังพื้นโลกตามเดิม
ฤดูร้อนได้มาเที่ยวที่สูง แต่ฤดูฝนไสมันกลับไปทำรายงานตามเดิม
น้ำในร่างกายของฉันระเหิดออกมาจากความร้อนที่รุ่มล้อมรอบตัว
ความร้อนของสายแดดลามเลียผิวกายส่งผลให้น้ำซึมจากรูขุมขนออกมาเป็นเหงื่อเม็ดพราว
(…) เขียนอะไรวะ อ่านไม่รู้เรี่อง
คงเพราะความร้อนของแดดเปรี้ยงปร้างแสกกลางหน้า ทำให้ฉันเริ่มเพ้อพูดจาไม่รู้เรื่อง คล้ายคนเมารัก
ความรักทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง
ความร้อนกับความรัก บางทีเราก็เเยกมันไม่ออก
เรารู้เเต่เพียงว่าความร้อนทำให้เราเหงื่อตก
แต่ความรักทำให้เราน้ำตาไหล
และเลือดใช้ทำน้ำตก
ข้าวปั้นอร่อยต้องหน้าปลาไหล
ใจเธอมันทำด้วยอะไร ทำไมถึงได้ดำเเบบนี้
หรืออาจเป็นเพราะอากาศเมืองไทยมันhotหนัก
สายแดดแผดผิวคนจนดำไปถึงหัวใจ
ถึงกระเดือก ถึงตับ ถึงไส้อ่อน
ตรงปอดที่ดำเดาว่าเป็นเพราะบุหรี่มากกว่า
.
.
.
จบไงดีวะ
แม่งนอกโลกไปแล้ว
เขียนโดย พิ้ง ตั้ด แม่งก็มีกันแค่นี้
ลิงค์อ้างถึง
เมษายน 10, 2008 ที่ 7:31 pm
· Filed under 1
ข้อมูลด้านภูมิอากาศ
ซูริค 10.3 °c
ลอนดอน 10.2 °c
มิลาน 10.5 °c
แมดดริด 13.5 °c
วันจันทร์ที่ 14 เมษายน
เป็นวันที่ใครๆมักให้ความสำคัญในฐานะวันสงกรานต์
โดยหารู้ไม่ว่ามันเป็นวันแห่งการเริ่มต้นของการหลบหนีออกนอกประเทศของชายไทยชาวสยามผู้หนึ่ง
เขาลงทุนกู้หนี้ยิมสินยอมติดหนี้ธนาคารหลายล้านบาทแปลงเป็นเงินฝรั่งเพียงไม่กี่ยูโร เพื่อเดินทางไปดินแดนที่หลายคนใฝ่ฝัน
การเดินทางครั้งนี้ไปโดยสายการบินพี่เสก (แก้หน่อยสิ – โลโซ) นามอิติฮัด แหวกอากาศอ้าวจากสุวรรณภูมิมุ่งไปสู่ความหนาวของเมืองอะบูดาบี้
ลองอ่านออกเสียงดูสิ จะพบว่านครนี้ชื่อน่ารักมาก – อะบูดาบี้
แวะซื้อบุหรี่ลืมติดแสตมป์ภาษีที่นี่สักสองคอต ก่อนเปลี่ยนเครื่องหันลำไปลงที่จุดหมาย บ้านป่าเมืองเถื่อนไร้ความศิวิไลซ์ชื่อ ลอนดอน
ป่าเถื่อนแค่ไหนเห็นได้จากช่วงศตวรรษที่17-18ที่เที่ยวขี้ตู่ไปแกล้งคนอื่นเเล้วยึดเมืองเค้าเป็นเมืองขึ้นหน้าตาเฉ๊ยย
มาถึงทศวรรษนี้ ได้ข่าวว่ามันยังขี่ช้างไปเรียนกันอยู่เลย
ว่าแต่จบจากลอนดอนเเล้วจะไปไหนต่อนะตั้ด?
ไปแมนเชสเตอร์ เพื่อสวัสดี พณ ท่านโรนัลโด้
ตั้ดอาจจะเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาผู้มีความฝันเหมือนเด็กชายทั่วไปที่อยากไปเยือนบ้านเกิดโรนัลโด้ แอบรักโรนันญิญโญเหมือนไก่ แต่ตั้ดไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นเป้นเพียงความฝัน
พี่ตูนบอกว่า ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน ถึงจะโกหกว่าเห็นพวกเรามีปีกแล้วก็ตามที
เราอาจจะไม่มีปีกแต่พี่ตูนรู้ว่าเครื่องบินมันมี ประเด็นคือเราจะมีปัญญาขึ้นกันหรือเปล่า
ถึงเราจะไม่มีนิรันดร์กุล(แก้หน่อยสิ – ปัญญา)ขึ้นแอร์เพลน แต่เราก็สามารถประคองสติขึ้นรถไฟไปทั่วยุโรป
การขึ้นรถไฟไปยุโรป อาจให้อารมณ์ที่แตกต่างจากการนั่งรถไฟหนาวเย็น (แก้หน่อยสิ – หวานเย็น)ไปหัวหิน
ราคาก็ผิดกันลิบ แต่จะลำบากสักเท่าไหร่กัน ในเมื่อนักเขียนไส้แห้งอย่างตั้ดยังไปได้
ทั้งหมดใช้เงินราวเท่าไหร่นะตั้ด บอกเค้าไปซิ
สองแสนกว่า – มันแพงตรงค่ามาม่าที่แบกเอาไปกิน เพื่อความประหยัด
เรื่องที่พักคงไม่เท่าไหร่ เพราะตั้ดตั้งใจจะไปรบกวนคนไทยที่นั้นเอา
ส่วนของฝาก กรุณาอย่าฝากซื้อกันเลย
ผมตั้งใจจะเอาเงินส่วนนั้นเป็นค่าโฮสเทลและบัตรผ่านประตูยูโรดิสนียแลนด์ แล้น แลน
ดูชีวิตตั้ดจะหลั่นล้าเกินไปแล้ว
แน่นอน ท่องราตรีที่อัมเสตอร์ดาม เล่นสกีที่สวิส ดื่มเบียร์ที่มิวนิค
ชมดนตรีคลาสสิคที่เวียนนา เดินทอดหุ่ยที่ทาสคานี่
ไล่วัวกระทิงที่บาเซโลน่า อาบแดดที่นีซ นั่งร้านแฟที่ปารีส
แต่ประเด็นที่เรามาในวันนี้ ไม่ได้เพื่อมาทำให้ท่านอิจฉา หรือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของยุโรปเเต่อย่างใด
เราเพียงต้องการจะบอกว่า จากวันนี้ไปเราจะถนอมบล๊อกด้วยการดองต่อไปอีกสักระยะหนึ่งยาว ย๊าว
มันอาจจะไม่ยาวมาก แต่มั่นใจว่ายาวกกว่าอายุรัฐบาลชุดนี้แน่นอน
ฟันธง!
จบ
ฮ่าๆ
ลิงค์อ้างถึง