Archive for เมษายน, 2008

รัก ดู ร้อน

อากาศในกรุงเทพช่วงเดือนเมษายนมักจะร้อนอบอ้าวอยู่เสมอ

อากาศในลอนดอนช่วงเดือนเมษายนมักจะเหน็บหนาวอยู่เสมอ

มันทำให้ฉันคิดถึงกาน้ำที่ตั้งอยู่บนเตา

มันทำให้ฉันคิดถึงน้ำแข็งหลอดในแก้วเหล้า

ความร้อนของไฟทำให้เกิดน้ำระเหยเป็นไอขึ้นสู่ที่สูง

ความเย็นของมันทำให้เมาและฉุดเราลงสู่ที่ต่ำ

ฤดูร้อนกับฤดูฝนมันคงต่างกันตรงนี้กระมั้ง

ฤดูร้อนกับฤดูฝนมันคงต่างกันตรงนี้กระมัง

ฤดูร้อนส่งน้ำขึ้นสู่ที่สูง แต่ฤดูฝนไสมันกลับมายังพื้นโลกตามเดิม

ฤดูร้อนได้มาเที่ยวที่สูง แต่ฤดูฝนไสมันกลับไปทำรายงานตามเดิม

น้ำในร่างกายของฉันระเหิดออกมาจากความร้อนที่รุ่มล้อมรอบตัว
ความร้อนของสายแดดลามเลียผิวกายส่งผลให้น้ำซึมจากรูขุมขนออกมาเป็นเหงื่อเม็ดพราว

(…) เขียนอะไรวะ อ่านไม่รู้เรี่อง

คงเพราะความร้อนของแดดเปรี้ยงปร้างแสกกลางหน้า ทำให้ฉันเริ่มเพ้อพูดจาไม่รู้เรื่อง คล้ายคนเมารัก

ความรักทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง

ความร้อนกับความรัก บางทีเราก็เเยกมันไม่ออก
เรารู้เเต่เพียงว่าความร้อนทำให้เราเหงื่อตก
แต่ความรักทำให้เราน้ำตาไหล

และเลือดใช้ทำน้ำตก
ข้าวปั้นอร่อยต้องหน้าปลาไหล

ใจเธอมันทำด้วยอะไร ทำไมถึงได้ดำเเบบนี้
หรืออาจเป็นเพราะอากาศเมืองไทยมันhotหนัก
สายแดดแผดผิวคนจนดำไปถึงหัวใจ

ถึงกระเดือก ถึงตับ ถึงไส้อ่อน
ตรงปอดที่ดำเดาว่าเป็นเพราะบุหรี่มากกว่า

.

.

.

จบไงดีวะ
แม่งนอกโลกไปแล้ว

เขียนโดย พิ้ง ตั้ด แม่งก็มีกันแค่นี้

ความเห็น (8)

โลกร้อนเฉพาะที่เมืองไทย

ข้อมูลด้านภูมิอากาศ

ซูริค  10.3 °c

ลอนดอน  10.2 °c

มิลาน  10.5 °c

แมดดริด  13.5 °c

วันจันทร์ที่ 14 เมษายน

เป็นวันที่ใครๆมักให้ความสำคัญในฐานะวันสงกรานต์

โดยหารู้ไม่ว่ามันเป็นวันแห่งการเริ่มต้นของการหลบหนีออกนอกประเทศของชายไทยชาวสยามผู้หนึ่ง

เขาลงทุนกู้หนี้ยิมสินยอมติดหนี้ธนาคารหลายล้านบาทแปลงเป็นเงินฝรั่งเพียงไม่กี่ยูโร เพื่อเดินทางไปดินแดนที่หลายคนใฝ่ฝัน

การเดินทางครั้งนี้ไปโดยสายการบินพี่เสก (แก้หน่อยสิ – โลโซ) นามอิติฮัด แหวกอากาศอ้าวจากสุวรรณภูมิมุ่งไปสู่ความหนาวของเมืองอะบูดาบี้

ลองอ่านออกเสียงดูสิ จะพบว่านครนี้ชื่อน่ารักมาก – อะบูดาบี้

แวะซื้อบุหรี่ลืมติดแสตมป์ภาษีที่นี่สักสองคอต ก่อนเปลี่ยนเครื่องหันลำไปลงที่จุดหมาย บ้านป่าเมืองเถื่อนไร้ความศิวิไลซ์ชื่อ ลอนดอน

ป่าเถื่อนแค่ไหนเห็นได้จากช่วงศตวรรษที่17-18ที่เที่ยวขี้ตู่ไปแกล้งคนอื่นเเล้วยึดเมืองเค้าเป็นเมืองขึ้นหน้าตาเฉ๊ยย

มาถึงทศวรรษนี้ ได้ข่าวว่ามันยังขี่ช้างไปเรียนกันอยู่เลย

ว่าแต่จบจากลอนดอนเเล้วจะไปไหนต่อนะตั้ด?

ไปแมนเชสเตอร์ เพื่อสวัสดี พณ ท่านโรนัลโด้

ตั้ดอาจจะเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาผู้มีความฝันเหมือนเด็กชายทั่วไปที่อยากไปเยือนบ้านเกิดโรนัลโด้ แอบรักโรนันญิญโญเหมือนไก่ แต่ตั้ดไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นเป้นเพียงความฝัน

พี่ตูนบอกว่า ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน ถึงจะโกหกว่าเห็นพวกเรามีปีกแล้วก็ตามที

เราอาจจะไม่มีปีกแต่พี่ตูนรู้ว่าเครื่องบินมันมี ประเด็นคือเราจะมีปัญญาขึ้นกันหรือเปล่า

ถึงเราจะไม่มีนิรันดร์กุล(แก้หน่อยสิ – ปัญญา)ขึ้นแอร์เพลน แต่เราก็สามารถประคองสติขึ้นรถไฟไปทั่วยุโรป

การขึ้นรถไฟไปยุโรป อาจให้อารมณ์ที่แตกต่างจากการนั่งรถไฟหนาวเย็น (แก้หน่อยสิ – หวานเย็น)ไปหัวหิน

ราคาก็ผิดกันลิบ แต่จะลำบากสักเท่าไหร่กัน ในเมื่อนักเขียนไส้แห้งอย่างตั้ดยังไปได้

ทั้งหมดใช้เงินราวเท่าไหร่นะตั้ด บอกเค้าไปซิ

สองแสนกว่า – มันแพงตรงค่ามาม่าที่แบกเอาไปกิน เพื่อความประหยัด

เรื่องที่พักคงไม่เท่าไหร่ เพราะตั้ดตั้งใจจะไปรบกวนคนไทยที่นั้นเอา

ส่วนของฝาก กรุณาอย่าฝากซื้อกันเลย

ผมตั้งใจจะเอาเงินส่วนนั้นเป็นค่าโฮสเทลและบัตรผ่านประตูยูโรดิสนียแลนด์ แล้น แลน

ดูชีวิตตั้ดจะหลั่นล้าเกินไปแล้ว

แน่นอน ท่องราตรีที่อัมเสตอร์ดาม เล่นสกีที่สวิส ดื่มเบียร์ที่มิวนิค

ชมดนตรีคลาสสิคที่เวียนนา เดินทอดหุ่ยที่ทาสคานี่

ไล่วัวกระทิงที่บาเซโลน่า อาบแดดที่นีซ นั่งร้านแฟที่ปารีส

แต่ประเด็นที่เรามาในวันนี้ ไม่ได้เพื่อมาทำให้ท่านอิจฉา หรือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของยุโรปเเต่อย่างใด

เราเพียงต้องการจะบอกว่า จากวันนี้ไปเราจะถนอมบล๊อกด้วยการดองต่อไปอีกสักระยะหนึ่งยาว ย๊าว

มันอาจจะไม่ยาวมาก แต่มั่นใจว่ายาวกกว่าอายุรัฐบาลชุดนี้แน่นอน

ฟันธง!

จบ

ฮ่าๆ

ความเห็น (6)